เมาริซิโอ ซาร์รี่ กุนซือจอมอมควันของเชลซีอยู่ในสถานการณ์ที่ลำบากส่อโดนเด้งปลดตำแหน่ง หลังโดน “ปีศาจแดง” ที่กลับมางัดฟอร์มเก่งไล่ขย่มซิวชัยคาเดอะ บริดจ์ 2-0 เกมนี้ ปอล ป็อกบา โชว์ลีลาสุดแจ่มทั้งยิง ทั้งจ่ายพาทีมบุกมาปราบแชมป์เก่า พร้อมพา แมนฯยูไนเต็ด ทะยานเข้าไปเล่นในรอบ 8 ทีมสุดท้าย ศึก เอฟเอ คัพ อังกฤษ เมื่อคืนวันจันทร์ที่ผ่านมา

แชมป์เก่า “สิงห์บลูส์” ผ่าน เชฟฟิลด์ เว้นส์เดย์ มาได้ในรอบที่แล้วด้วยการเปิดรัง www.ufabet369.net ซิวชัย 3-0แต่พวกเขาต้องมาเล่นอย่างย่ำแย่ในเกมลีกด้วยการบุกไปพ่าย บอร์นมัธ 0-4 และแมนฯซิตี้ 0-6 แม้ว่าล่าสุดจะคว้าชัยในเกม ยูโรปา ลีก ที่บุกไปซิวชัยเหนือ มัลโม่ มาได้ 1-2 แต่สถานการณ์ของ เมาริซิโอ ซาร์รี่ ในการคุมทีมยังต้องพิสูจน์ในเกมรับมือ “ปีศาจแดง” วันนี้อีกแมตช์

ขณะที่อาคันตุกะ แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด ของ โอเล่ กุนนาร์ โซลชา เสียสถิติ www.ufabet369.net ไร้พ่ายหลังเกมยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ ลีก เปิดรังพ่ายให้เปแอสเช 0-2 อย่างผิดคาด ซึ่งก่อนหน้านี้ 11 เกมพวกเขาไม่แพ้ทีมใดยิ่งผลงานสุดหรูใน เอฟเอ คัพ รอบที่แล้วบุกไปปราบ อาร์เซน่อล แชมป์สูงสุดของรายการนี้ได้ 3-1

การจัดทัพวันนี้ของทั้งสองทีม เจ้าถิ่นแนวรุกตามคาดสามประสานทั้ง  เปโดร โรดริเกซ, กอนซาโล่ อิกวาอิน และเอแด็น อาซาร์ ลงกันครบ ส่วนทางฝั่งทีมเยือนที่ไร้ทั้ง เจสซี่ ลินการ์ด และอ็องโตนี่มาร์กซิยาล ที่บาดเจ็บ ส่งสามตัวรุกอย่าง ฆวน มานูเอล มาต้า, โรเมลู ลูกากู และมาร์คัส แรชฟอร์ด

เปิดฉากครึ่งแรกมาได้แค่ นาทีเศษๆ ทีมเยือนหวิดได้ลุ้นขึ้นนำก่อน เมื่อ ลูกากู ครอสบอลทางด้านซ้ายมาในเขต 6 หลา บอลจะถึงแรชฟอร์ดที่ยืนโล่งๆอยู่แล้ว แต่ดาวิด ลุยซ์พุ่งมาสกัดบอลออกหลังไปแบบหวุดหวิด

“ผีแดง” ได้ลุ้นอย่างต่อเนื่อง อีก 2 นาทีต่อมา ป็อกบา กระดกบอลเข้ากลางให้ ลูกากู วอลเลย์บอลข้ามคานได้แบบได้เสียว

นาที 6 เจ้าบ้านได้ลุ้นโอกาสแรก ก็องเต้ พาบอลขึ้นบอลก่อนไหลออกขวาให้ เปโดร ครอสไปแฉลบ ลุค ชอว์ บอลเปลี่ยนทางเข้ากรอบทางเสาแรกแต่ดีที่ โรเมโร่ ยังยืนตำแหน่งดีรับเข้าซองไว้ได้สบาย

พรรคสิงห์บลูส์ของ เมาริซิโอ ซาร์รี่ พอเริ่มตั้งเกม เกือบชิงขึ้นนำไปก่อน นาที 11 เอร์เรร่า ไปหวดโควาซิช หน้ากรอบเขตโทษ และเป็น ดาวิด ลุยซ์ ที่วิ่งมาอัดฟรีคิกกว่า 25 หลาบอลพุ่งหนีกำแพงทางเสาไกล โรเมโร่ ยังไวพุ่งทุบออกไปได้ทัน แม้จังหวะต่อมา เปโดร จะตามซ้ำหวดวอลเลย์เต็มแรงแต่บอลยังไปติดอกนายด่านผีแดงตามตะครุบรับไว้ได้

เกมเริ่มหนักขึ้น นาที 15 เนมานย่า มาติช เข้าไปดีเลย์ฟาวล์ใส่ อาซาร์ จากจังหวะโต้กลับ จนผู้ตัดสินวิ่งมาชูใบเหลืองแรกของเกม จากนั้นไม่ถึงนาที อิกวาอิน ได้หลุดเข้าไปยิงมุมแคบแต่บอลก็ออกหลังไปแบบไม่ได้ลุ้น

เจ้าถิ่นโหมบุกใส่อย่างบ้าคลั่ง 2 นาทีต่อมา แฟนสิงห์บลูส์หวิดได้เฮ อัซปิลิกวยต้า ครอสสเข้ากลางมาสุดสวยให้ อิกวาอิน ขึ้นเทกโขกบอลหลุดเสาแรกไปนิดเดียวนาที 19 แมนยู ฯ ได้ฟรีคิก มาร์คัส แรชฟอร์ด วิ่งมาอัดด้วยขวาบอลพุ่งตกพื้นแต่ยังไปเข้ามือ เกป้า

นาทีที่ 25 อัซปิลิกวยต้า ส่งบอลคืนหลังให้ แต่ เกป้า จับบอลไม่อยู่บอลพุ่งจะเข้าโกลตัวเองแต่ดีที่ยังตามมาเคลียร์บอลออกไปก่อนที่แรชฟอร์ดจะตามเข้ามาชาร์ต

นาที 32 แฟนปีศาจแดงได้เฮกันลั่น เมื่อ แมนฯยูไนเต็ด บุกมาขึ้นนำ 1-0 ฆวน มาต้า จ่ายบอลออกข้างให้ ป็อกบา ทางซ้ายก่อนมิดฟิลด์แชมป์โลกจะโยกหลอกแล้วเปิดด้วยขวามาเสาไกลให้ อันเดร์ เอร์เรร่า ที่หนีการประกบของ มาร์กอส อลอนโซ่ วิ่งโหม่งบอลย้อนตัว เกป้า เข้าไปอย่างสวยงาม

นาที 40 แนวรับผีแดงมาทำเสียวเมื่อมาทำพลาดปล่อยให้ อิกวาอิน ได้บอลกระชากเข้าไปในกรอบดีที่แข้งปีศาจแดงยังลงมาช่วยดีเลย์ก่อนที่บอลจะทะลักมาถึง อาซาร์ กระชากถึงเส้นหลังก่อนเปิดบอลออกหลังไป

นาทีสุดท้ายของครึ่งแรก แฟนสิงห์บลูส์และ เมาริซิโอ ซาร์รี่ ถึงกับเงียบกันกริบคาเดอะ บริดจ์ เมื่อลูกทีมของโซลชาพังประตูที่สองหนีห่าง บอลเริ่มจาก ป็อกบา ไหลออกขวาให้ มาร์คัส แรชฟอร์ด ก่อนที่ดาวยิงเท้าหนักจะครอสบอลไปที่จุดนัดพบให้ ป็อกบา ที่วิ่งมาเทกตัวโขกเบียดทั้ง รือดิเกอร์ และอัซปิลิกวยต้า โหม่งบอลจมก้นตาข่ายไปอย่างเด็ดขาด

จบครึ่งแรก แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด บุกมานำแชมป์เก่า เชลซี 2-0

ครึ่งหลัง “ปีศาจแดง” ไม่พูดพร่ำทำเพลงเปิดเกมรุกเข้าใส่ ทีมของ เมาริซิโอ ซาร์รี่ นาที 49 มาร์คัส แรชฟอร์ด พาบอลแหวกแข้งเจ้าถิ่นขึ้นทางกราบซ้ายก่อนครอสเลียดบอลจะถึง ลูกากู อยู่แล้วแต่ดาวิด ลุยซ์ วิ่งมาตัดบอลก่อนจะไปชนช่วงต้นหัวไหล่ อัซปิลิกวยต้า แต่ผู้ตัดสินไม่เป่าเป็นแฮนด์บอล ทำสัญญาณให้เล่นต่อ

ดอร์ทมุนด์

แชมป์เก่าไม่มีอะไรต้องเสีย เปิดเกมรุกโต้กลับหวังจะยิงคืนให้เร็ว นาที 55 ก็องเต้ พาบอลขึ้นมาก่อนแทงทะลุจะถึง เปโดร อยู่แล้วแต่ ลุค ชอว์ กลับตัวก่อนเหยียดขาสไลด์บอลออกหลังไปหวุดหวิด

       นาที 57 ซาร์รี่ แก้เกมด้วยการเปลี่ยนผู้เล่นเป็นคนแรก ส่ง วิลเลี่ยน ลงมาทำเกมเกมรุกแทน เปโดร โรดริเกซ

นาที 66 แข้งเจ้าถิ่นประท้วงหาจุดโทษหลังเข้าไปต่อว่า เควิน เฟรนด์ เชิ้ตดำกรณี รือดิเกอร์ เพื่อนร่วมทีมโดน คริส สมอลลิง เหนี่ยวล้มในเขตโทษ แต่หลังจากผู้ตัดสินได้รับสัญญาณจากห้อง VAR ชี้ให้เล่นต่อไม่เป็นจุดโทษแต่อย่างใด

ทัพสิงห์บลูส์ยังเดินหน้าบุกเรื่อยๆ นาที 70 มาได้ลูกฟรีคิกลุ้นหน้าบ้านของปีศาจแดงบ้าง แต่จังหวะนี้ วิลเลี่ยน ปั่นบอลข้ามกำแพงหลุดกรอบออกไปแบบไม่ได้ลุ้น

ถัดมา แมนฯยูไนเต็ด เปลี่ยนตัวสองรายติดๆ ส่ง อเล็กซิส ซานเชซลงมาเล่น ลูกากู ในนาที 73 ก่อนอีกสองนาทีถัดมา โซลชา จะถอดเอา ฆวน มาต้า ออกแล้วส่ง อันเดรียส เปเรยร่า ลงไปเล่นแทน

ช่วงท้ายเกมแม้ว่าแข้งเจ้าถิ่นจะพยายามเพื่อทวงประตูตีไข่แตกแต่ไม่สามารถเจาะแนวรับ “ปีศาจแดง” ได้สำเร็จ จบเกม แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด บุกมาปราบแชมป์เก่า เชลซี 2-0 ทะยานเข้าไปเล่นในรอบ 8 ทีมสุดท้ายได้สำเร็จ

ทุกข่าวสารวงการฟุตบอล ต้องที่ thepixelbeard.com