UFABET แทงบอลสเต็ป “ระหว่างอุดมการณ์กับความตายคุณจะเลือกอะไร?” คำตอบอาจจะแตกต่างกันไปขึ้นอยู่กับบุคคล แต่ในยุคก่อนสงครามโลกครั้งที่ 2  เคยมีสโมสรฟุตบอลเล็ก ๆ จากยูเครน ที่เลือกอุดมการณ์และกล้าต่อกรกับมหาอำนาจของโลกในตอนนั้นอย่างพรรคนาซี ด้วยการไล่ถล่มทีมฟุตบอลตัวแทนจากเยอรมันอย่างไม่ไว้หน้า

UFABET แทงบอลสเต็ป

หลังเกมวันนั้นมีรายงานว่า ชะตากรรมของพวกเขาต้องจบลงอย่างน่าเศร้า หลายคนถูกยิงเสียชีวิต หลายคนถูกทรมานจนตาย มีหลายหลายทฤษฎีบอกว่าพวกเขาถูกพรากชีวิตเพราะทำให้นาซีเสียหน้า จนทำให้เกมนัดดังกล่าวถูกขนานนามจากสื่อในท้องถิ่นว่า “เกมแห่งความตาย”

เอฟซี สตาร์ท ในช่วงทศวรรษที่ 1930’s ฟุตบอลถือเป็นหนึ่งในกีฬาที่ได้รับความนิยม แทงบอลออนไลน์ ในสหภาพโซเวียต พวกเขาก่อตั้ง โซเวียต ท็อปลีกขึ้นในปี 1936 ซึ่งทำให้หลายสโมสรต้องปรับโครงสร้างให้เป็นมืออาชีพมากขึ้น เพื่อเข้าไปเล่นในลีกแห่งชาติของโซเวียต

ดินาโม เคียฟ จากยูเครนที่ตอนนั้นเป็นส่วนหนึ่งของสหภาพโซเวียต คือหนึ่งในทีมแนวหน้าของลีก พวกเขามีผู้สนับสนุนเป็น NKVD หน่วยข่าวกรองชื่อดังของโซเวียต โดยมีคู่แข่งสำคัญคือ โลโคโมทีฟ เคียฟ สโมสรร่วมเมือง ทว่า หลังการเข้ายึดครองของนาซีในเดือนกันยายน 1942 ก็ทำให้หลายทีมถูกยุบ รวมไปถึงดินาโม และโลโคโมทีฟ นักเตะหลายคนแยกย้ายกันไปคนละทิศคนละทาง บางคนไปอยู่กับกองทัพแดง บางคนไปอยู่หน่วยต่อต้านกลุ่มหัวรุนแรง ในขณะที่บางคนเลือกที่จะไปทำงานที่โรงงานเบเกอรีที่กรุงเคียฟ

แม้จะไม่มีลีกให้เล่น แต่ความรักในฟุตบอลและ UFABET แทงบอลสเต็ป ของพวกเขายังคงไม่เปลี่ยนแปลง เหล่าอดีตนักเตะ 9 คนจากโรงงานเบเกอรีที่ประกอบไปด้วยแข้งจากเคียฟ 3 คน และบางส่วนจากโลโคโมทีฟ, สปาร์ตัก โอเดสซา และสโมสรอื่นๆจึงร่วมก่อตั้งทีมขึ้นมาใหม่โดยใช้ชื่อว่า “เอฟซี สตาร์ท” นอกจากอดีตนักฟุตบอลแล้ว ทีมของพวกเขายังประกอบไปด้วย หัวหน้าพ่อครัว เจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัย และตำรวจ ซึ่งชื่อ “สตาร์ท” ของสโมสรเอามาจากคำภาษาอังกฤษ โดยมีความหมายว่า “การเริ่มต้นใหม่” ก้าวใหม่ของพวกเขาก็เริ่มต้นนับตั้งแต่นั้น

ยอดทีมไร้เทียมทาน UFABET หวยออนไลน์ ในช่วงที่นาซียึดครองเคียฟ ฟุตบอลเป็นกีฬาที่สงวนไว้สำหรับเยอรมัน และพันธมิตร แต่ในเดือนมิถุนายน 1942 พวกเขาได้จัดการแข่งขันฟุตบอลที่สองทีมจากยูเครนเข้าร่วม รวมไปถึงทีมกองกำลังรักษาการณ์ที่เป็นตัวแทนของ เยอรมัน ฮังการี และโรมาเนีย

เอฟซี สตาร์ท คือหนึ่งในสองทีมจากยูเครน พวกเขาทำผลงานได้อย่างโดดเด่นด้วยการเอาชนะทีมจากฮังการี 6 – 2 ต่อด้วยการถล่มทีมจากโรมาเนีย 11 – 0 รวมไปถึงเอาชนะ เอฟซี รุช อีกหนึ่งทีมจากยูเครน ที่ได้รับการสนับสนุนจากนาซี 7 – 2

นัดสุดท้ายพวกเขาต้องเจอกับ ฟลาคเอลฟ์ ตัวแทนของนาซี ที่ได้รับการขนานนามว่าเป็นทีมที่ดีที่สุดของยุโรป จากการเชิดชูของ อาณาจักรไรซ์ที่สาม ทีมประกอบด้วยพลต่อต้านอากาศยาน นักบิน และวิศกรเครื่องกล จากสนามบินเคียฟ พวกเขายังได้รับการดูแลเป็นการส่วนตัวจาก เฮอร์มาน กอร์ริง ที่มักจะไม่ส่งนักฟุตบอลเก่งๆ ไปแนวหน้าของสนามรบ

6 สิงหาคม 1942 คือวันที่ทั้งสองทีมต้องมาพบกัน ก่อนที่เกมจะจบลงด้วยการที่ทีมจากโรงงานเบเกอรีถล่ม ฟลาคเอลฟ์ ไปอย่างขาดลอย 5-1 แน่นอนว่า เยอรมันไม่ยอมรับความพ่ายแพ้ ทำให้ต้องมีการรีแมตช์อีกครั้งและนั่นคือจุดเริ่มต้นของหายนะ

สังคมนิยมปะทะนาซี เกมนัดที่ 2 ถูกกำหนดไว้ว่าอีก 3 วันจากเกมนัดแรก ผู้ชมกว่า 2,000 คนเข้ามาเป็นสักขีพยานในสนาม สตาร์ท สเตเดียม ที่ต่อมาเป็นที่รู้จักในชื่อ เซนิท สเตเดียม บางส่วนเล่าว่าเกมวันนั้น ในสนามเรียงรายไปด้วยทหารพร้อมอาวุธครบมือ เจ้าหน้าที่ตำรวจ และสุนัขตำรวจ

ก่อนเกมเจ้าหน้าที่จากเกสตาโป (ตำรวจลับของนาซี) เข้ามาหาพวกเขาแนะนำว่าคือผู้ตัดสิน และบอกให้ผู้เล่นชูมือขวาในสนามเพื่อทำท่าแสดงความเคารพแบบนาซี “ผมคือผู้ตัดสินในวันนี้ ผมรู้ว่าคุณเป็นทีมที่ดี โปรดทำตามกฎและห้ามทำผิดกติกา ก่อนเกมกรุณาทักทายคู่แข่งพวกคุณด้วยธรรมเนียมของเรา” ผู้ตัดสินกล่าว

แต่ผู้เล่นปฏิเสธที่จะทำตาม และพวกเขากล่าวคำปฏิญาณแบบโซเวียตแทน จากนั้นเกมดำเนินไปอย่างขลุกขลักเมื่อ นิโคไล ทรูเซวิช ผู้รักษาประตูของสตาร์ท ต้องถูกหามออกนอกสนาม หลังถูกผู้เล่น ฟลาคเคลฟ์ เตะเข้าที่ศีรษะ แต่สตาร์ท ก็ยังเป็นฝ่ายออกนำไปก่อน 3-1 ในครึ่งแรก

อย่างไรก็ดี ในช่วงพักครึ่ง ได้มีเจ้าหน้าที่ของเยอรมัน เข้ามาในห้องแต่งตัวของพวกเขา พร้อมพูดเชิงข่มขู่ว่าหากไม่อยากตายจงยอมแพ้ในเกม UFABET แทงบอลสเต็ป นี้ “เยอรมันต้องเป็นผู้ชนะเท่านั้นในวันนี้” เจ้าหน้าที่กล่าว เจ้าหน้าที่ยังกลับไปที่ห้องแต่งตัวของ ฟลาคเอลฟ์ และบอกกับนักเตะว่า “พวกแกต้องชนะวันนี้ และพิสูจน์ให้เห็นความเหนือกว่าของชาวอารยัน”

แม้ว่า ฟลาคเอลฟ์ จะเป็นฝ่ายตามตีเสมอได้ในครึ่งหลัง แต่ท้ายที่สุด สตาร์ทก็มายิงเพิ่มอีก 2 ประตู และเอาชนะไปในท้ายที่สุด 5 – 3 แฟนบอลในสนามพากันตะโกนโห่ร้อง และพูดสโลแกนต่อต้านนาซี มันไม่ใช่แค่เกมฟุตบอล แต่มันคือการต่อสู้ระหว่างยูเครนกับเยอรมัน เป็นการดวลกันระหว่างสังคมนิยมกับฟาสซิสต์ ก่อนที่มันจะทำให้ชะตาชีวิตของพวกเขาจบลงอย่างน่าเศร้า